“โรคเบาหวาน” ภัยร้ายสุขภาพที่ต้องระวัง!

0

เชื่อว่าไม่มีใครอยากเจ็บไข้ได้ป่วย แต่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะโรคภัยมักมาเยือนโดยที่ไม่ได้เชิญ ยิ่งในปัจจุบันยิ่งมีโรคต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย แบ่งประเภทโรคออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ โรคติดต่อ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งคนไทยส่วนมากจะป่วยเป็นโรคในกลุ่มหลังมากกว่า โดยโรคยอดนิยมที่ติดอันดับมาเป็นอันดับ 1 คือ “โรคเบาหวาน” ภัยร้ายที่มาอย่างเงียบๆ รู้ตัวอีกทีผู้ป่วยก็ป่วยเป็นโรคดังกล่าวแล้ว

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานมาจากภาวะความผิดปกติของการทำงานอินซูลินที่สามารถส่งผลกระทบทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเมื่อร่างกายต้องเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าวสะสมเป็นเวลานานจะมีผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งในระยะเฉียบพลัน และระยะเรื้อรังตามมาได้

บุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน?

ภาวะอ้วน หรืออ้วนลงพุง : คนที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 25 กก./ตรม.ผู้ชายที่มีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 ซม.ส่วนผู้หญิงมากกว่า 80 ซม. รวมถึงมีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นเบาหวานมาก่อน

เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ : หากในช่วงตั้งครรภ์คุณตรวจพบว่าป่วยเปบาหวาน หรือคลอดบุตรน้ำหนักแรกคลอดมากกว่า 4 กก.

ความดันโลหิตสูง : ถ้าคุณมีความดันโลหิตสูงกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มม.ปรอท

มีไขมันความหนาแน่นสูง : โดยมีไขมันดี น้อยกว่าหรือเท่ากับ 35 มก./ดล. หรือไขมันไตรกลีเซอไรด์ มากกว่าหรือเท่ากับ 250 มก./ดล.

ความผิดปกติของน้ำตาลในเลือด : ถ้าตรวจพบความผิดปกติของน้ำตาลในเลือดหลังกินกลูโคส หรือมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารสูงกว่าปกติ (FBS > 100 – 125 มก./ดล.)

รังไข่ และโรคหลอดเลือดแดง : ถ้าคุณมีประวัติพบถุงน้ำที่รังไข่จำนวนมาก หรือเป็นโรคหลอดเลือดแดงตีบ มีปัจจัยเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคเบาหวานได้

diabetes-health-002

ภาวะแทรกที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องระวัง?

โรคแทรกซ้อนเฉียบพลัน : เมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากและมีภาวะขาดน้ำจะส่งผลทำให้เกิดภาวะหมดสติ ภาวะเลือดเป็นกรดได้ โดยผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 1 จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด หมดสติได้ ส่วนผู้ป่วยเบาหวานอาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

โรคแทรกซ้อนชนิดเรื้องรัง : เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดขนาดเล็ก เช่น ไต ตา เส้นประสาท หลอดเลือดขนาดใหญ่อย่าง หัวใจ สมอง มีโอกาสตาบอดมากกว่าคนปกติ 25 เท่า ไตวาย 20 เท่า หลอดเลือดหัวใจตีบ 2 – 4 เท่า และอัมพาต 5 เท่า

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน การควบคุมอาหารถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรกินโปรตีน 10 – 20% ส่วนไขมันควรน้อยกว่า 30% ของพลังงานทั้งหมด นอกจากนี้ยังควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพราะยิ่งผู้ป่วยควบคุม 2 สิ่งนี้ได้ดีมากเท่าไหร่ ยิ่งช่วยควบคุมเบาหวานให้ดียิ่งขึ้น เพราะช่วยเพิ่มระดับความไวของอินซูลิน ทำให้ลดระดับน้ำตาลในเลือด และระดับไขมันอยู่ในเกณฑ์ปกติ นอกจากนี้ยังควรกินยา และฉีดอินซุลินอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

เรียบเรียงโดย เลดี้ส้มจี๊ด

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก M2F, timesulin.com, www.topsante.com

3,039 views


About Author